Rebeauty

2026-06-20

ความเข้าใจผิดและความจริงเกี่ยวกับรอยแผลเป็นและรอยนูนหลังการทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi)

เรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับรอยแผลเป็นและรอยนูนหลังการทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi) สาเหตุที่เกิดรอยนูนชั่วคราว และระยะเวลาในการฟื้นตัวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

ความเข้าใจผิดและความจริงเกี่ยวกับรอยแผลเป็นและรอยนูนหลังการทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi)

สวัสดีค่ะ!

Gangnam Seoyeon Plastic Surgery

ที่มุ่งมั่นทำอย่างเต็มที่เสมอ

เพื่อให้คนไข้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดค่ะ :)

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นหลังจากการทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi) ค่ะ

ภาพด้านล่างนี้ไม่มีการปรับแต่งใดๆ

นอกจากการปรับความสว่างเท่านั้นค่ะ :)


ทำไมต้องทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi)

ก่อนอื่นขออธิบายเหตุผลในการทำศัลยกรรมลดขนาดชั้นตา (Dujulttagi) ก่อนนะคะ

Dujulttagi เป็นวิธีการลดความสูงของชั้นตาโดยไม่ตัดรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเดิมออก

ซึ่งจะทำในกรณีที่ผิวเปลือกตามีไม่เพียงพอค่ะ

หากตัดรอยแผลเป็นเดิมออก ผิวหนังจะหายไปและทำให้ผิวไม่พอ ดังนั้นในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บรอยแผลเป็นเดิมไว้เพื่อรักษาปริมาณผิวหนัง จึงต้องใช้วิธี Dujulttagi ค่ะ

ส่วนที่นูนขึ้นมาทันทีหลังผ่าตัด Dujulttagi เกิดจากอะไร?

ทันทีหลังผ่าตัด Dujulttagi บริเวณเหนือรอยกรีดจะดูนูนขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งบางท่านอาจเข้าใจผิดว่าเป็น ‘รอยนูนต่างระดับ’ (Step-off) เราจึงขออธิบายดังนี้ค่ะ

ประการแรก นี่คือกลไกเพื่อป้องกันการเกิด ‘ชั้นตาซ้อน’ (Multiple folds) ค่ะ

ภาพเหล่านี้คือคนไข้ที่ไปทำ Dujulttagi จากที่อื่นแล้วเกิดพังผืดจนกลายเป็นชั้นตาซ้อนค่ะ

เมื่อลืมตาจะเห็นว่ารอยแผลเป็นเดิมกลายเป็นเส้นชั้นตา ทำให้เกิดชั้นตาซ้อนขึ้น

เราจึงได้ทำการแก้ไขชั้นตาซ้อนผ่านการผ่าตัดแก้ไขในระยะเริ่มต้นค่ะ

เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ เราจึงต้องสร้างกลไกหลายอย่าง

เหนือรอยกรีดเพื่อไม่ให้เกิดชั้นตาซ้อนค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีระบุไว้ในตำราศัลยกรรม ไม่ใช่เทคนิคแปลกประหลาดที่ผู้อำนวยการ ชเว ดงอิล ทำเพียงคนเดียวค่ะ

เนื่องจากต้องป้องกันปัญหานี้ ทันทีหลังผ่าตัด Dujulttagi บริเวณเหนือรอยกรีดจึงดูนูนขึ้นมาเล็กน้อยตามภาพที่เห็นค่ะ

ส่วนนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

นี่คือกลไกป้องกันชั้นตาซ้อน หากต้องการกำจัดรอยนูนนี้ออกก็มีแต่ต้องตัดผิวหนังทิ้ง ซึ่งอาจส่งผลให้ชั้นตาไม่ลดต่ำลงเท่าที่ควร

เนื่องจากการผ่าตัด Dujulttagi ทำในกรณีที่ผิวหนังไม่เพียงพอ เราจึงไม่สามารถตัดส่วนนี้ออกได้ค่ะ

แน่นอนว่าส่วนนี้จะมีการอธิบายให้คนไข้ทราบอย่างละเอียดในขั้นตอนการปรึกษาก่อนผ่าตัดค่ะ

ในความเป็นจริง คนไข้ในภาพข้างต้นเคยไปผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากที่อื่นมาแล้ว

โดยแจ้งว่ามีการแก้กล้ามเนื้อตาและแยกกล้ามเนื้อ Müller ออกแล้ว แต่ผลปรากฏว่าไม่มีการแก้ไขเกิดขึ้นเลยค่ะ

การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก (Ptosis revision) ขั้นแรกต้อง

แยกกล้ามเนื้อ Levator (กล้ามเนื้อยกเปลือกตา) ออกจากกระดูกอ่อนเปลือกตา (Tarsal plate) เพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อ Müller

จากนั้นต้องแยกเยื่อบุตาและกล้ามเนื้อ Müller ออกจากกันเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไขค่ะ

ต้องค่อยๆ เลาะแยกพังผืดออกตามลำดับอย่างระมัดระวัง

การผ่าตัดนี้มีตัวแปรหลายอย่าง และเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์สูงค่ะ

รอยแผลเป็นจากการทำ Dujulttagi จะหายไปเมื่อไหร่?

ส่วนนี้จะไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่จะดูดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาค่ะ

จากภาพจะเห็นสภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ และแม้จะผ่านไป 1 เดือนก็ยังเห็นรอยนูนอยู่บ้าง

อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่รอยนี้อาจเห็นได้นานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไปค่ะ

นี่คือภาพหลังผ่านไปประมาณ 2 ปี รอยแผลเป็นเดิมจากการผ่าตัดครั้งแรกจะไม่มีวันหายไปสนิท แต่จะจางลงและดูดีขึ้นตามเวลาค่ะ

หากท่านกำลังพิจารณาทำ Dujulttagi ควรทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วยนะคะ

รอยแผลเป็น Dujulttagi กรณีไหนที่จะรุนแรงกว่าปกติ?

รอยแผลเป็นจากการทำ Dujulttagi ขึ้นอยู่กับสภาพรอยแผลเป็นเดิมจากการผ่าตัดครั้งก่อนเป็นอย่างมากค่ะ

ยิ่งรอยแผลเป็นเดิมอยู่ในสภาพดี หรือมีการเหลือเนื้อเยื่อไว้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้รอยแผลเป็นใหม่น้อยลงเท่านั้น

แต่ถ้ารอยแผลเป็นเดิมรุนแรงมาก หรือเหลือเนื้อเยื่อไว้น้อย รอยแผลเป็นก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดูชัดเจนค่ะ

เนื่องจากการผ่าตัดแก้ไขไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อที่ไม่มีอยู่ขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้นการผ่าตัดครั้งแรกจึงสำคัญมากและต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบค่ะ

นอกจากนี้ รอยนูนมักเกิดขึ้นได้ชัดเจนในกรณีที่ต้องการลดระดับชั้นตาลงมากๆ ค่ะ

ตัวอย่างเช่น ในกรณีของผู้ชายที่ทำศัลยกรรมครั้งแรกและกำหนดชั้นตาไว้ต่ำ ก็จะเห็นส่วนที่ดูเหมือนพับซ้อนกันดังภาพค่ะ

นี่ไม่ใช่รอยนูนต่างระดับจากการผ่าตัดผิดพลาด แต่เป็นเพราะมีชั้นตาอยู่แต่ต้องการให้ดูเหมือนไม่มี (속쌍꺼풀) จึงมีผิวหนังส่วนเกินเหนือชั้นตาตกลงมาปิดทับไว้ค่ะ

สำหรับผู้ที่มีชั้นตาหลบในโดยกำเนิด หรือผู้ที่มีชั้นตาอยู่แล้วแต่ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อยตามกาลเวลา ก็จะมองเห็นเป็นลักษณะนี้เช่นกันค่ะ


วันนี้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับรอยแผลเป็นที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยนูนต่างระดับหลังการทำ Dujulttagi กันไปแล้วนะคะ

หวังว่าจะช่วยคลายความสงสัยของทุกท่านได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

เนื่องจากวิธีการผ่าตัดจะแตกต่างกันไปตามสภาพของคนไข้แต่ละราย หากมีโอกาสขอเชิญเข้ามาปรึกษาที่คลินิก เพื่อให้เราได้นำเสนอวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ


เกี่ยวกับรอยแผลเป็นจากการทำ Dujulttagi

คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากวิดีโอด้านล่างนี้ค่ะ

↓↓↓↓↓↓


Gangnam Seoyeon Plastic Surgery ปฏิบัติตามกฎหมายการแพทย์อย่างเคร่งครัด ภาพถ่ายในโพสต์นี้ถ่ายภายใต้เงื่อนไขเดียวกันและได้รับความยินยอมจากคนไข้แล้ว นอกจากนี้ การผ่าตัดและหัตถการทางศัลยกรรมอาจมีความเสี่ยงของผลข้างเคียง เช่น การตกเลือด การติดเชื้อ หรือการอักเสบ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จึงควรระมัดระวัง

- ระบบศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง 1 ท่าน (ผู้อำนวยการหลัก)

- ประเมินสภาพดวงตาอย่างแม่นยำ / แนะนำเฉพาะการผ่าตัดที่จำเป็นเท่านั้น

- มีกล้อง CCTV ในห้องผ่าตัด

เชิญเข้ามาปรึกษาแบบ 1:1 กับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ได้โดยไม่ต้องกังวลนะคะ :)

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการนัดหมายปรึกษา

กรุณาทิ้งคอมเมนต์ หรือติดต่อผ่าน KakaoTalk Plus Friend @강남서연성형외과의원

หรือโทร 02-535-8889 ค่ะ :)

#GangnamSeoyeonPlasticSurgery #GangnamSeoyeon #SeoyeonPlasticSurgery #Dujulttagi #รอยนูนDujulttagi #แผลเป็นDujulttagi #ลดขนาดชั้นตา #รีวิวทำตาสองชั้น #รีวิวศัลยกรรมตา #ชเวดงอิล #ผู้อำนวยการชเวดงอิล

คำถามที่พบบ่อย

การผ่าตัดกรีดสองชั้นจำเป็นในกรณีใดบ้าง?

ใช่ครับ ส่วนใหญ่จะทำเมื่อมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาไม่เพียงพอ หากตัดแผลเป็นจากการผ่าตัดเดิมออกไป ผิวหนังจะยิ่งเหลือน้อยลง ดังนั้นจึงใช้วิธีการกรีดสองชั้นเมื่อจำเป็นต้องลดระดับความสูงของเส้นตาสองชั้นโดยยังคงรักษาแผลเป็นเดิมไว้

หลังผ่าตัดทันที บริเวณเหนือรอยกรีดนูนขึ้นมา ถือเป็นผลข้างเคียงหรือไม่?

ไม่ใช่ครับ นี่ไม่ใช่ผลข้างเคียงหรือความไม่เรียบ แต่เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดรอยพับซ้อนกันหลายชั้น สร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเกิดเป็นหลายชั้นเนื่องจากแผลเป็นเดิม และจะค่อยๆ แบนราบลงและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

แผลเป็นจากการกรีดสองชั้นจะหายไปหมดเมื่อไหร่?

แผลเป็นจากการกรีดเดิมจะไม่หายไปหมด แต่จะค่อยๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นจนสังเกตเห็นได้น้อยลงหลังจากผ่านไปอย่างน้อย 1 ถึง 2 ปีหลังการผ่าตัด ดังนั้นคุณควรพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบก่อนการผ่าตัด

มีกรณีที่แผลเป็นจากการกรีดสองชั้นเหลืออยู่มากเป็นพิเศษหรือไม่?

ใช่ครับ ขึ้นอยู่กับสภาพแผลเป็นจากการผ่าตัดครั้งก่อนเป็นอย่างมาก หากการผ่าตัดครั้งแรกไม่ได้เหลือเนื้อเยื่อไว้มาก หรือหากแผลเป็นเดิมรุนแรงมาก และหากลดระดับเส้นตาสองชั้นลงมาก แผลเป็นหรือบริเวณที่พับอาจปรากฏรุนแรงขึ้นได้

Like